คุณลักษณะบัณฑิตที่พึงประสงค์ /ปฏิทินกิจกรรมนักศึกษา /กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา /ทุนการศึกษา /ระบบอาจารย์ที่ปรึกษา /ชมรมศิษย์เก่า /ข่าวกิจการนักศึกษา /สวัสดิการนักศึกษา


ขั้นตอนการให้คำปรึกษาสำหรับอาจารย์

ขั้นตอนการให้คำปรึกษาสำหรับอาจารย์ที่ปรึกษาสายรหัส

คณะเภสัชศาสตร์

 

1. ขั้นตอนการสร้างสัมพันธภาพผู้ให้บริการและผู้รับบริการ

                    การสร้างสัมพันธภาพและตกลงบริการเป็นขั้นตอนแรกของกระบวนการให้การปรึกษา มีจุดประสงค์สำคัญเพื่อสร้างความคุ้นเคย ความไว้วางใจระหว่างผู้รับการปรึกษากับผู้ให้การปรึกษา เนื่องจากในระยะเริ่มกระบวนการให้การปรึกษา ผู้รับการปรึกษายังมีความไม่แน่ใจ อาจตื่นเต้นหรือลำบากใจที่จะเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับปัญหาของตน นอกจากนี้ ในระยะเริ่มต้นของกระบวนการให้การปรึกษา ผู้รับการปรึกษาและผู้ให้การปรึกษายังไม่คุ้นเคยต่อกัน ผู้ให้การปรึกษาจะต้องสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับผู้รับการปรึกษาโดยอาศัยเทคนิคและทักษะต่างๆ เช่น การทักทายสั้นๆ การพูดเรื่องทั่วไป การใส่ใจหรือแสดงพฤติกรรมการใส่ใจ และการเปิดประเด็นแล้วนำเข้าสู่การตกลงบริการ เป็นต้น เพื่อให้ผู้ให้การปรึกษาและผู้รับการปรึกษามีความเข้าใจที่ตรงกันในองค์ประกอบต่างๆ ของการให้การปรึกษา ได้แก่ การแนะนำตัว การชี้แจงบทบาทของผู้ให้และผู้รับการปรึกษา การรักษาความลับ ระยะเวลาที่ใช้ในการให้การปรึกษา ประเด็นในการขอรับบริการอันนำไปสู่การไว้วางใจและสัมพันธภาพที่ดีระหว่างผู้ให้และผู้รับการปรึกษา

2. ขั้นตอนการสำรวจปัญหา

              ผู้ให้การปรึกษา จะต้องใช้ทักษะต่างๆ เพื่อเปิดโอกาสและกระตุ้นให้ผู้รับการปรึกษาเล่าถึงปัญหาต่างๆ เพื่อสำรวจปัญหาและความต้องการของผู้รับการปรึกษาตลอดจนได้เรียนรู้ความคิด ความรู้สึกและพฤติกรรมของตนเอง จนได้พบปัญหาและรับรู้ความต้องการหรือท่าทีที่ตนเองมีต่อปัญหา ซึ่งในขั้นการสำรวจปัญหานี้จะใช้ระยะเวลามากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับพื้นฐานสติปัญญาความสามารถ ลักษณะนิสัยของผู้รับการปรึกษาและความชำนาญในการใช้ทักษะของผู้ให้การปรึกษา

                 3. ขั้นตอนการเข้าใจปัญหา สาเหตุและความต้องการของผู้รับการปรึกษา

                ขั้นตอนนี้สำคัญที่สุดถือเป็นหัวใจของกระบวนการให้การปรึกษา ซึ่งผู้ให้การปรึกษา(อาจารย์ที่ปรึกษา) ต้องใช้ทักษะเพื่อให้ผู้รับการปรึกษา (นักศึกษา)เกิดความกระจ่างชัดในสาเหตุของปัญหา ได้สำรวจความคิดและความรู้สึกที่ตนเองมีต่อประสบการณ์ บุคคล หรือปัญหาที่เกิดขึ้น สามารถแยกแยะปัญหานำและปัญหาที่แท้จริงได้ สรุปประเด็นปัญหาที่ผู้รับการปรึกษาต้องการแก้ไข ตลอดจนนำปัญหาที่ค้นพบมาจัดลำดับความสำคัญ ความเร่งด่วนรวมทั้งผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากการแก้ไขและไม่แก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ บ่อยครั้งที่ผู้รับการปรึกษาระบุปัญหาในขั้นตกลงบริการอย่างหนึ่ง แต่ในขั้นเข้าใจปัญหาสาเหตุเป็นอีกปัญหาหนึ่ง ผู้ให้การปรึกษาจะต้องช่วยให้ผู้รับการปรึกษามองเห็นแนวทางที่จะแก้ไขปัญหานั้นตามศักยภาพของผู้รับการปรึกษาโดยใช้ทักษะต่าง ๆ เพื่อเอื้ออำนวยให้ผู้รับการปรึกษาคิด สำรวจความรู้สึก และความต้องการของตนเอง มองเห็นปัญหา เข้าใจสาเหตุและทราบถึงความต้องการที่ชัดเจนของตนเอง และมีพลังใจหรือเจ็บปวดจากผลของการตัดสินใจของตน

                 4. ขั้นตอนการวางแผนแก้ไขปัญหา

                 เป็นขั้นตอนที่ผู้ให้การปรึกษาช่วยให้ผู้รับการปรึกษาได้ใช้ศักยภาพของตนเท่าที่มีอยู่ค้นหาวิธีการแก้ปัญหาโดยใช้วิธีการที่หลากหลาย วางแผนแก้ไขปัญหาอย่างเป็นขั้นตอน และตัดสินใจเลือกทางแก้ปัญหาที่เหมาะสม สอดคล้องกับความต้องการ ศักยภาพและสภาพแวดล้อมของผู้รับการปรึกษามากที่สุด โดยผู้ให้การปรึกษาไม่ควรเร่งรีบและด่วนตัดสินใจจัดการปัญหาของผู้รับการปรึกษา แต่จะคอยให้กำลังใจแก่ผู้รับการปรึกษาได้มีส่วนร่วมในการค้นหาวิธีการพิจารณาความเหมาะสมและเลือกทางแก้ไขปัญหาที่เหมาะสมกับตนเองที่สุด ตลอดจนกระตุ้นให้ผู้รับการปรึกษาคาดคะเนถึงโอกาสประสบความสำเร็จและความเป็นไปได้ในการใช้วิธีแก้ไขปัญหาที่เลือก สร้างความตระหนักในการรับผิดชอบต่อการตัดสินใจและยอมรับผลที่เกิดขึ้นจากการเลือกของตนเอง ไม่ใช่เป็นการบังคับให้ปฏิบัติ ซึ่งในขั้นนี้ผู้ให้การปรึกษาอาจสร้างบรรยากาศที่เอื้ออำนวยให้ผู้รับการปรึกษามีกำลังใจ อบอุ่นใจ ไม่โดดเดี่ยว ด้วยวิธีการดังนี้

              4.1 การประคับประคอง เป็นการสนับสนุน ให้กำลังใจ ใส่ใจกับความรู้สึกโดยไม่เน้นวิธีการแก้ไขปัญหา แต่ทั้งนี้การให้กำลังใจต้องให้เป็นข้อมูลที่เป็นไปได้จริง และไม่ใช้ข้อมูลหรือการให้กำลังใจที่มุ่งกลบเกลื่อนความรู้สึก

               4.2 การให้ข้อมูล ควรให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องราวที่แน่ใจว่าผู้รับการปรึกษายังไม่รู้และเป็นข้อมูลสำคัญที่ต้องนำมาประกอบการตัดสินใจและการสร้างพฤติกรรมใหม่

               4.3  การเสนอวิธีการต่างๆ ในกรณีผู้รับการปรึกษาไม่พร้อมนำศักยภาพมาใช้ในการค้นพบวิธีการแก้ไขปัญหา ผู้ให้การปรึกษาอาจต้องเสนอวิธีการแก้ไขปัญหาแบบต่างๆ และกระตุ้นให้ผู้รับการปรึกษาได้มีส่วนร่วมในการคิดและเลือกวิธีการแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง

                4.4  การคาดการณ์ด้วยเหตุผล เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้รับการปรึกษาใช้ศักยภาพของตนเองให้มากที่สุดในการสำรวจปัจจัยที่เกี่ยวข้องและผลที่อาจเกิดขึ้นในเหตุการณ์ต่างๆ หรือวิธีการแก้ปัญหาแบบต่างๆ หรือการแสดงพฤติกรรมใหม่

          การแก้ไขปัญหาใดๆ ก็ตามจะไม่เกิดผลดีตามความคาดหมายหากผู้รับการปรึกษาไม่นำพฤติกรรมใหม่ไปปฏิบัติ ส่วนใหญ่การให้การปรึกษาจะไม่สิ้นสุดตรงที่มีการตัดสินใจเลือกวิธีการแก้ปัญหา แต่จะต่อเนื่องกันไปจนให้ผู้รับการปรึกษาไปทดลองแก้ปัญหาแล้วกลับมาพูดคุยสนทนากับผู้ให้การปรึกษา เพื่อการปรับวิธีการจนกระทั่งสามารถแก้ไขปัญหานั้นเสร็จสิ้น หรือผู้รับการปรึกษาสามารถปรับตัวใช้ชีวิตในสังคมได้

                 5. ขั้นตอนการยุติการปรึกษา/ส่งต่อ

                    การให้การปรึกษาอาจเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว หรือหลายๆ ครั้งต่อเนื่องไปจนปัญหาคลี่คลายแล้วแต่กรณี ผู้ให้การปรึกษาควรจะให้สัญญาณแก่ผู้รับการปรึกษาได้รู้ตัวก่อนหมดเวลาของยุติการปรึกษา เช่น มองนาฬิกา หรือพูด “เราเหลือเวลาอีก 2-3 นาที”  แล้วเปิดโอกาสให้ผู้รับการปรึกษาได้สรุปในสิ่งต่างๆ ที่ได้จากการสนทนาในแต่ละครั้ง โดยผู้ให้การปรึกษาสรุปเพิ่มเติมในประเด็นที่ขาดหายไปส่งเสริมให้ผู้รับการปรึกษาได้เห็นคุณค่าของตนเอง มีความรู้สึกด้านบวกต่อตนเอง ผู้อื่น และสิ่งแวดล้อม ในบางครั้งผู้ให้การปรึกษาอาจมอบหมายการบ้านให้ผู้รับการปรึกษากลับไปปฏิบัติ เช่น การเปลี่ยนการสื่อสาร การฝึกการหายใจคลายเครียด ฝึกการใช้จินตนาการบำบัด เป็นต้น

                 ในกรณีที่ผู้ให้การปรึกษาไม่สามารถช่วยเหลือผู้รับการปรึกษาได้หรือประเมินว่าผู้รับการปรึกษาควรได้รับการช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน หรือสัมพันธภาพระหว่างผู้ให้และผู้รับการปรึกษาเป็นไปในทางลบซึ่งไม่เอื้อต่อการให้การปรึกษา จำเป็นต้องส่งต่อไปให้พบกับผู้เชี่ยวชาญหรือผู้ให้การปรึกษาท่านอื่น ผู้ให้การปรึกษาจะต้องให้ข้อมูลและทำความเข้าใจกับผู้รับการปรึกษาอย่างชัดเจน ผู้รับการปรึกษาสามารถเลือกที่จะให้ส่งต่อหรือไม่ก็ได้ และถ้าไม่มีการส่งต่อผู้รับการปรึกษาสามารถขอพบผู้ให้การปรึกษาได้ต่อไป หากผู้รับการปรึกษายังต้องการขอรับการปรึกษา นอกจากการสรุปประเด็นที่ได้พูดคุยกันก่อนยุติการปรึกษาแล้ว อาจตกลงหัวข้อการให้การปรึกษา วัน เวลา สถานที่ในการขอรับการปรึกษาครั้งต่อไป พร้อมทั้งให้กำลังใจแก่ผู้รับการปรึกษาในการปฏิบัติตามที่เขาได้ตัดสินใจระหว่างรอการนัดพบในครั้งต่อไปแล้วจึงกล่าวอำลา

              จะเห็นว่าการให้การปรึกษามีขั้นตอนและต้องใช้หลักวิชาการ ดังนั้นจึงจำเป็นที่ผู้ให้การปรึกษาต้องมีความรู้และสามารถในการใช้ทักษะต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อเอื้ออำนวยให้ผู้รับการปรึกษาได้ใช้ศักยภาพของตนในการแก้ไขปัญหาได้อย่างเหมาะสม

ตัวอย่างการให้คำปรึกษาที่แสดงขั้นตอนและทักษะการให้คำปรึกษา

สถานการณ์  อาจารย์ที่ปรึกษาสังเกตพบว่านักเรียนในห้องคนหนึ่งมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป  คือขาดเรียนบ่อย  ไม่ส่งงานและผลการเรียนลดลง  จึงเรียกนักเรียนเข้าพบ

                     1. ขั้นตอนการสร้างสัมพันธ์ภาพผู้รับบริการ และผู้ให้บริการ

นักเรียน :        สวัสดีค่ะอาจารย์ 

อาจารย์ :        จ้ะ  นั่งก่อนซิ ( ยิ้ม ชี้ที่เก้าอี้ : ทักษะการใส่ใจ)

นักเรียน :        อาจารย์ ให้เพื่อนไปตามหนูมามีอะไรหรือ

อาจารย์ :        ครูอยากคุยด้วยน่ะ เป็นยังไงบ้างช่วงนี้  สบายดีหรือเปล่า  (ทักษะการใส่ใจและการถาม)

นักเรียน  :        ก็สบายดีค่ะอาจารย์

อาจารย์   :       อือ  ครูนึกว่าหนูไม่สบายเห็นไม่ค่อยมาโรงเรียน  (ทักษะการใส่ใจ)

นักเรียน  :        เอ่อ.... ที่จริงก็..ไม่ค่อยสบายนัก...

อาจารย์  :        ไม่ค่อยสบาย เป็นอะไรเหรอ (ทักษะซ้ำความและการถาม)

นักเรียน :         คือ..ก็ไม่ได้ป่วยอะไร..  ตอนนี้..หนู…

อาจารย์  :        .............(ทักษะการเงียบ )...

นักเรียน :        คือ....หนู…

อาจารย์ :         เธออาจจะกำลังลังเลว่าควรเล่าหรือไม่  แล้วแต่เธอนะ  แต่ถ้าเธอกลัวเรื่องการรักษาความลับ  ครูรับรองว่าจะไม่นำเรื่องของเธอไปเปิดเผยให้ใครฟังอย่างแน่นอน และการได้เล่าเรื่องที่เราไม่สบายใจให้ใครสักคนที่เป็นห่วงและหวังดีต่อเรา  มันจะทำให้เรารู้สึกดีขึ้น  เพราะอย่างน้อยก็มีคนรับฟัง (ทักษะการจัดการ )

นักเรียน :        หนู..ก็..มีเรื่องไม่ค่อยสบายใจนิดหน่อยน่ะค่ะ

อาจารย์  :        ที่ว่ามีเรื่องไม่ค่อยสบายใจ  มีอะไรที่ครูช่วยได้ครูยินดีนะ

(ทักษะการซ้ำความและทักษะการใส่ใจ)

                  2. ขั้นตอนการสำรวจและทำความเข้าใจปัญหา  ความต้องการของผู้รับคำปรึกษา  และกำหนดเป้าหมายที่เป็นจริงได้

นักเรียน :         คือ..ว่าตอนนี้หนู...ไม่ค่อยสบายใจเรื่องทางบ้านค่ะ 

อาจารย์ :         ไม่สบายใจเรื่องที่บ้าน  มีอะไรเหรอ  (ทักษะการซ้ำความและทักษะการถาม)

นักเรียน :         คือว่า..คุณพ่อของหนูต้องไปทำงานที่ต่างจังหวัดน่ะคะ  หนูเลยต้องอยู่บ้านกับคุณแม่  2  คน  แต่ทีนี้  คุณแม่เป็นคนที่ชอบออกสังคม  ไม่ค่อยได้อยู่บ้าน  เวลาตอนเย็นหนูกลับบ้านก็ไม่ค่อยได้เจอคุณแม่เลย  ข้าวเย็นหนูก็ต้องหากินเองคนเดียว  เช้ามาคุณแม่ก็ไปทำงาน

อาจารย์ :         แล้วหนูรู้สึกอย่างไร  (ทักษะการถาม)

นักเรียน :         หนูก็..เหงา  เซ็ง  เบื่อ  ก็เลยออกไปข้างนอกไปอยู่ที่หอเพื่อน  จะได้มีเพื่อนคุย  มีเพื่อนกินข้าว  

อาจารย์ :         ที่คุณแม่ไม่ค่อยอยู่บ้าน หนูต้องกินข้าวคนเดียวบ่อยๆ มันทำให้หนูเหงา  ก็เลยต้องออกไปหาเพื่อน  (ทักษะการสะท้อน)

นักเรียน :         ค่ะ

อาจารย์ :         ไปอยู่กับเพื่อนแล้วเป็นอย่างไรบ้าง  (ทักษะการถาม)

นักเรียน :         ก็ดีค่ะ  แต่บางทีหนูก็..เกรงใจเค้า  แบบว่าบางทีแฟนเค้าก็มาหา  หนูคิดว่าเค้าอาจจะอยากมีความเป็นส่วนตัวบ้าง  แล้วเค้าก็ชอบออกไปเที่ยวกลางคืนกับแฟนเค้าด้วย  เวลาเค้าไปเค้าก็ชอบชวนหนูไปด้วย  หนูก็ไม่อยากไปแต่ไม่รู้ว่าจะปฏิเสธเค้ายังไง  จะอยู่คนเดียวก็เหงาก็เลย..ไปก็ไป  พอตอนเช้าหนูก็ตื่นมาโรงเรียนไม่ไหว...  แล้วเค้าก็ยังแนะนำเพื่อนของแฟนให้รู้จักกับหนู  เค้าบอกหนูว่า...ให้หนูรีบมีแฟนจะได้ไม่ต้องเหงาอยู่คนเดียว

อาจารย์ :         แล้วหนูมีคิดยังไงกับคำแนะนำของเขาจ๊ะ  (ทักษะการถาม)

นักเรียน :         ก็ดีนะคะอาจารย์  หนูเห็นเวลาเค้าอยู่ด้วยกันเค้าก็มีความสุขดี  แต่อีกใจหนึ่งหนูก็ว่าไม่ค่อยดี..  เวลาเค้าทะเลาะกัน..น่ากลัว  แบบว่า..เค้าโดนแฟนตีด้วยนะค่ะอาจารย์  แล้วเพื่อนเค้าแต่ละคนที่แนะนำให้หนูรู้จักเนี่ย  น่ากลัวกว่าแฟนเพื่อนหนูอีก  หนูไม่แน่ใจว่าจะมีแฟนดีไหม

อาจารย์ :         จากที่หนูเล่ามาทั้งหมด  หนูคิดว่าถ้าหนูใช้ชีวิตอย่างนี้ต่อไปจะเป็นยังไงจ๊ะ

( ทักษะชี้ผลที่ตามมา)

นักเรียน :         ก็……………………

อาจารย์  :        ………….. (ทักษะการเงียบ)

นักเรียน :         ก็คง…คงจะ…จะติดกลุ่มเที่ยว  กินเหล้า  สูบบุหรี่  ความจริงแล้วเพื่อนหนู...แต่ก่อนเค้าก็ไม่ได้เป็นแบบนี้หรอกค่ะ  เค้าพึ่งมาเป็นตอนคบกับแฟนคนนี้แหล่ะ

 อาจารย์  :       นั่นซิ  ถ้าหนูยังไปหาเพื่อนคนนี้ ไปเที่ยวตอนกลางคืนแล้วก็อยู่ในกลุ่มนี้บ่อยๆ..

(ทักษะการซ้ำความ )

นักเรียน:          หนู...คง...แย่...  เพราะตั้งแต่หนูไปเที่ยวกับพวกเค้า  โรงเรียน..ก็ไม่ค่อยได้มา  การบ้าน.. งาน..ค้างเยอะไปหมด คะแนนของหนูก็แย่ลงแทบจะทุกวิชา 

อาจารย์ :        ครูดีใจนะที่หนูคิดได้แบบนี้  แล้วหนูคิดว่าหนูจะทำอย่างไรต่อไป 

(ทักษะการให้กำลังใจและการถาม)

                                นักเรียน :        หนูว่าจะเลิกไปหาเค้าที่หอ  แล้วก็.....อยู่บ้านแทน
                                อาจารย์ :       เป็นความคิดที่ดีมากเลย เออ..แต่ว่า  หนูบอกครูว่า...ที่ออกไปหาเพื่อนเพราะว่า  
                      ต้องอยู่บ้านคนเดียว (ทักษะการสรุปความและการถาม)

นักเรียน :         ก็คงจะเหงา..แล้วก็เหงามาก...

                    3. ขั้นตอนการเข้าใจปัญหา สาเหตุ และความต้องการของผู้รับการปรึกษา

อาจารย์ :         นั่นสิ  อยู่บ้านก็เหงา  ไปหาเพื่อนก็ดูจะอันตราย  แล้วหนูคิดว่าจะทำอย่างไร  (ทักษะการสรุปความและการถาม)

นักเรียน :         ก็คงดูทีวี  ฟังเพลง  ไปตามภาษา  เรื่อยเปื่อย

อาจารย์ :         ดูทีวี  ฟังเพลง  แล้วหนูคิดว่าจะหายเหงาไหม  (ทักษะการทวนซ้ำและการถาม)

นักเรียน :         มันก็...ไม่หายเหงาหรอกค่ะอาจารย์  ที่หนูไปเที่ยวผับกับเพื่อนๆ ความจริง ก็ดี  หายเหงา  เพื่อนเยอะดี อยู่บ้านแล้ว เซ็ง  ไปค้างหอเพื่อนบ้างก็ดี

อาจารย์  :        ไปเที่ยวผับ  แล้วก็ไปค้างหอเพื่อนต่อ  ถ้าพ่อแม่กลับมา..แล้วรู้ว่าหนูไม่อยู่บ้าน...หนูคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น (ทักษะการซ้ำความและการชี้ผลที่ตามมา )

นักเรียน  :        ……….(เงียบ)… พ่อกับแม่คงโมโหมาก  เพราะเคยบอกว่าอย่าไปไหนตอนกลางคืน  ไม่ให้ไปค้างบ้านคนอื่น….หากไม่ได้ขออนุญาต  อ่า…ทำไงดีคะ

อาจารย์  :        นั่นซิ ทำไงดี (ทักษะการถาม)

นักเรียน  :        ช่างเหอะ.. จะได้รู้มั่งว่า คนเราก็เหงา  ก็กลัวเป็นเหมือนกันที่ต้องอยู่คนเดียว

อาจารย์  :        ฟังดูเหมือนกับว่า... ที่หนูไปเที่ยวกับเพื่อนดึกๆดื่นๆเนี๊ยะนอกจากจะเหงาแล้วหนูยังกลัวที่ต้องอยู่คนเดียวตอนกลางคืน แล้วก็จะประชดคุณแม่ด้วย...

( ทักษะการตีความ)

                              นักเรียน :     ..........(เงียบ ก้มหน้า  น้ำตาไหล)

อาจารย์  :        ……..   (ส่งกระดาษซับน้ำตาให้)......(ทักษะการเงียบและการใส่ใจ )

นักเรียน  :        หนูเหงา....(สะอื้น) หนูอยากให้...  แม่มีเวลาให้หนูบ้าง... 

อาจารย์  :        …….. ( ส่งกระดาษซับน้ำตาให้.).....(ทักษะการเงียบและการใส่ใจ ).........

หนูเคยบอกหรือทำอะไรให้คุณแม่รู้ไหมคะว่า...  หนูเหงาแล้วก็อยากให้เขาอยู่กินข้าวด้วยในตอนเย็น (ทักษะการถาม)

                              นักเรียน :         ....ไม่ค่ะ

                              อาจารย์ :         ที่ไม่บอกเนี๊ยะ เพราะอะไรเหรอ ( ทักษะการซ้ำความและการถาม)

 นักเรียน :         ทำไมต้องให้บอกด้วย แม่ก็ต้องรู้ซิว่า   ลูกที่ไหนๆเขาก็อยากให้แม่อยู่ด้วยทั้งนั้นแหละ.... อาจารย์ :         เป็นไปได้ไหมที่คุณแม่จะคิดว่าหนูอยู่เองคนเดียวได้  เขาจึงออกงานสังคมบ่อยๆ   แล้วอีกอย่าง...ตัวหนูเองก็ไม่เคย  บอกหรือทำให้เขารู้ว่าอยากให้เขาอยู่ด้วย

(ทักษะการกระจ่างความ )

นักเรียน  :        หนู..ไม่รู้...

อาจารย์ :         แล้วหนูคิดยังไง  ถ้าจะบอกให้คุณแม่รู้ว่า...อยากให้เขาบ้าน...อยู่กินข้าวด้วย  (ทักษะการถาม)

                              นักเรียน :                   ไม่รู้ซิ..แต่ก็...น่าจะ...ดีเหมือนกัน

                      4. ขั้นตอนการวางแผนแก้ไขปัญหา

                             อาจารย์ :      ถ้าดี.....หนูจะลองบอกคุณแม่ดูไหม  แล้วถ้าจะบอกหนูอยากจะบอกคุณแม่ว่ายังไงดีละ

                                                   (ทักษะการซ้ำความและการถาม)

นักเรียน :         ก็…บอกว่า .. หนูอยากให้คุณแม่ออกงานตอนเย็นน้อยลง  อยู่บ้านกินข้าวเย็นกับหนูบ้าง  แค่อาทิตย์ละ  2-3 วันก็พอแล้ว

อาจารย์ :         ดีค่ะ..(ยิ้ม ผงกศีรษะ )..  แล้วความรู้สึกของหนูที่ต้องอยู่บ้านคนเดียวล่ะ  จะบอกไหม (ทักษะการให้กำลังใจและการถาม )

นักเรียน :         บอกดีไหมคะ.. บอกดีกว่า..หนูจะบอกว่า...หนูเหงาแล้วก็กลัวด้วยที่ต้องอยู่คนเดียว

อาจารย์ :         อือ...  ถ้าหนูพูดแบบนี้กับคุณแม่  หนูคิดว่าคุณแม่จะว่ายังไง  (ทักษะการถาม)

นักเรียน :         คุณแม่ก็คง…จะอยู่บ้านกับหนูมากขึ้น  เพราะหนูก็ไม่ได้เรียกร้องอะไรมากมา

อาจารย์ :         อื่ม…ครูก็คิดอย่างนั้นแหละ  แล้วตอนนี้รู้สึกยังไงบ้าง

(ทักษะการให้กำลังใจและการถาม)

นักเรียน :         ก็ดีค่ะ โล่งๆดี   ขอบคุณมากนะคะอาจารย์

อาจารย์ :         ครูว่าถ้าหนูทำตามอย่างที่หนูคิด  ทุกอย่างน่าจะดีขึ้น  แล้วจะพูดกับคุณแม่วันไหนดีล่ะ  (ทักษะการให้กำลังใจและการ ถาม)

 นักเรียน :         เย็นนี้เลยค่ะอาจารย์  คุณแม่กลับดึกยังไงหนูก็จะรอ

                                                5. ขั้นตอนการยุติการให้คำปรึกษา/ส่งต่อ

 อาจารย์ :         ดีแล้วค่ะ  รีรอไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร  ได้ผลเป็นยังไงก็มาเล่าให้ครูฟังนะ

( ทักษะการให้กำลังใจและการใส่ใจ)

นักเรียน :         ค่ะ... อาจารย์  ขอบคุณมากนะคะ   สวัสดีค่ะ

อาจารย์ :         ไม่เป็นไรจ้ะ  ครูยินดี

แหล่งที่มา : มัลลวีร์ อดุลวัฒนศิริ.2554. เทคนิคการให้คำปรึกษา 

 

ตรวจสอบรายชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา (www.reg.ubu.ac.th)