นโยบายงานวิจัย /จรรยาบรรณนักวิจัย /ระดับคุณภาพบทความวิจัยตีพิมพ์ /ระดับคุณภาพผลงานวิชาการ /แหล่งทุน /ดาวน์โหลด /ฐานข้อมูลวิจัย /วิเคราะห์-สังเคราะห์งานวิจัย /ลิขสิทธิ์ /ข่าว


ปัจจัยทำนายความตั้งใจในการบริจาคโลหิตของนักศึกษามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี


Author

-

สุภาพร ช่างคำ และ สุวรรณา ภัทรเบญจพล


Journal

- การประชุม มอบ.วิจัย ครั้งที่ 12 มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

Volume

- 12

Year

- 2018

Publication type

-

Page list

- 88-100

Abstract

   

บทคัดย่อ

            การวิจัยเชิงพรรณาแบบภาคตัดขวาง (a cross-sectional descriptive study) เพื่อศึกษาปัจจัยทำนายความตั้งใจในการบริจาคโลหิตของนักศึกษามหาวิทยาลัยอุบลราชธานี โดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีพฤติกรรมตามแผน (Theory of planned behavior)  เพื่อใช้เป็นแนวทางการส่งเสริมการบริจาคโลหิตของกลุ่มประชากรนักศึกษา  กลุ่มตัวอย่างคือ นักศึกษาระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จำนวน 240 คน  เก็บข้อมูลในชั้นเรียนด้วยแบบสอบถามที่พัฒนาขึ้นตามทฤษฎีพฤติกรรมตามแผน  ในช่วงภาคเรียนที่ 2  ปีการศึกษา 2560  การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนาในการอธิบายคุณลักษณะกลุ่มตัวอย่างและองค์ประกอบของทฤษฎีพฤติกรรมตามแผน และใช้การวิเคราะห์ถดถอยเชิงพหุ (multiple linear regression analysis) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ของความตั้งใจในการบริจาคโลหิต กับ 1) ทัศนคติ  2) การคล้อยตามกลุ่มอ้างอิง 3) การรับรู้ความสามารถในการควบคุมพฤติกรรม  4) เพศ  5) ความรู้ 6) ประสบการณ์ในการบริจาคโลหิต  และ 7) กลุ่มสาขาวิชาที่ศึกษา กำหนดระดับนัยสำคัญที่ 0.05   กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นหญิง  และประมาณครึ่งหนึ่งไม่เคยบริจาคโลหิต ผลการประเมินความรู้เกี่ยวกับการบริจาคโลหิตของกลุ่มตัวอย่าง พบว่าอยู่ในระดับปานกลาง มีค่าเฉลี่ย 5.4 ± 2.4 คะแนน (คะแนนเต็ม 10 คะแนน) และมีคะแนนเฉลี่ยขององค์ประกอบตามทฤษฎีพฤติกรรมตามแผนทั้งสามองค์ประกอบในระดับสูง ดังนี้ ทัศนคติ (6.2 ± 0.8)  การคล้อยตามกลุ่มอ้างอิง (6.4 ± 0.7) และการรับรู้ความสามารถในการควบคุมพฤติกรรม (5.9 ± 1.5) และมีระดับความตั้งใจในการบริจาคโลหิตอยู่ในระดับปานกลาง มีค่าเฉลี่ย 4.8 ± 2.0 (คะแนนเต็ม 7 คะแนน) ผลการวิเคราะห์การถดถอยเชิงพหุพบว่าองค์ประกอบของทฤษฎีพฤติกรรมตามแผนทั้งสามองค์ประกอบ เป็นปัจจัยที่มีอำนาจในการทำนายความตั้งใจในการบริจาคโลหิตอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (การวัดทางอ้อม: model adjusted R2= 0.246)   และเมื่อพิจารณาปัจจัยอื่นร่วมด้วย พบว่า การมีประสบการณ์บริจาคโลหิตช่วยเพิ่มอำนาจในการทำนายความตั้งใจในการบริจาคโลหิตได้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (การวัดทางอ้อม: model adjusted R2= 0.385)  โดยในภาพรวมการมีประสบการณ์บริจาคโลหิตเป็นปัจจัยที่มีอำนาจในการทำนายมากที่สุด  


Keywords

   

การบริจาคโลหิต  ทฤษฎีพฤติกรรมตามแผน  นักศึกษา  มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี