นโยบายงานวิจัย /จรรยาบรรณนักวิจัย /ระดับคุณภาพบทความวิจัยตีพิมพ์ /ระดับคุณภาพผลงานวิชาการ /แหล่งทุน /ดาวน์โหลด /ฐานข้อมูลวิจัย /วิเคราะห์-สังเคราะห์งานวิจัย /ลิขสิทธิ์ /ข่าว


การรับรู้และความเข้าใจการใช้ยาของผู้ป่วยจิตเภท โรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์

Author

-

ชิตหทัย    สมปรารถนา1, พีระพงศ์  ภูบาล1, วริญชญา  วงศ์สว่างพานิช1, กมลรัตน์  โสมรักษ์ 2, ชมภูนุช  วีระวัธนชัย2, ทัดตา ศรีบุญเรือง1*



1 คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี

2 กลุ่มงานเภสัชกรรม โรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์  จังหวัดอุบลราชธานี

* Corresponding author= 1 Faculty of Pharmaceutical Sciences, Ubonratchathani university, Ubonratchathani, Thailand 34190  Tel/Fax 045-353630 e-mail= phtattsr@ubu.ac.th, tatta_sri@hotmail.com

 


Journal

- IJPS

Volume

- 9

Year

- 2014

Publication type

- Research article (National)

Page list

- 72-76

Abstract

   

บทนำ= โรคจิตเภทจัดเป็นปัญหาสุขภาพที่สำคัญโรคหนึ่งของประเทศไทย  การรักษาด้วยยาและความร่วมมือในการใช้ยาอย่างต่อเนื่องมีผลต่อการรักษา วัตถุประสงค์= เพื่อสำรวจความชุกของปัญหาการรับรู้เรื่องวิธีการใช้ยาต้านโรคจิต และศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการรับรู้เรื่องการใช้ยาของผู้ป่วยจิตเภท วิธีการดำเนินการวิจัย= การศึกษาเชิงพรรณนาแบบภาคตัดขวาง กลุ่มตัวอย่างคือ ผู้ป่วยนอกที่ได้รับการวินิจฉัยโรคจิตเภท ที่มารับบริการที่โรงพยาบาลพระศรีมหาโพธิ์ จังหวัดอุบลราชธานี ระหว่างเดือนเมษายน สิงหาคม พ.. 2555 ทำการเก็บข้อมูลรายบุคคลจากฐานข้อมูล แฟ้มประวัติผู้ป่วย และการสัมภาษณ์แบบมีโครงสร้าง วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพรรณนาและสถิติไค-สแควร์ ผลการศึกษาวิจัย=  ผู้ป่วยโรคจิตเภท จำนวน 127 ราย เข้าร่วมการศึกษาโดยความสมัครใจ เป็นเพศชาย (ร้อยละ 52.00) อายุเฉลี่ยประมาณ  39 ปี  ผลการศึกษาการรับรู้เกี่ยวกับโรค พบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่ไม่ทราบว่าตนเองเป็นโรคอะไร และไม่ทราบว่ายาที่ได้รับตัวใดเป็นยาต้านโรคจิต (ร้อยละ 85.04  และ 96.06  ตามลำดับ)   ร้อยละ 96.85 ของผู้ป่วยรายงานว่าเคยได้รับคำแนะนำด้านยาจากบุคลากรทางการแพทย์  ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับคำแนะนำจากเภสัชกรระหว่างการจ่ายยา (ร้อยละ 71.65) พบผู้ป่วยที่เคยได้รับการให้คำปรึกษาเรื่องยาเต็มรูปแบบเป็นรายบุคคลร้อยละ 20  ผลสำรวจเกี่ยวกับการรับรู้เรื่องยาและการใช้ยา  พบว่ากลุ่มตัวอย่างมีความรู้น้อยมาก  ส่วนใหญ่ไม่สามารถบอกชื่อยา  ข้อบ่งใช้  ขนาดยา หรือ อาการข้างเคียงที่พบบ่อย  ได้อย่างถูกต้อง (ร้อยละ 75.59, 96.06, 70.87 และ 96.85  ตามลำดับ)   ผู้ป่วยส่วนใหญ่ทราบเกี่ยวกับวิธีการรับประทานยา (ร้อยละ 96.06)    ผู้ป่วยบางส่วนไม่มีความรู้เรื่องระยะเวลาที่ต้องใช้ในการรักษา (ร้อยละ 21.26)  และผู้ป่วยบางส่วนเข้าใจผิดว่าหากอาการตนเองดีขึ้นสามารถหยุดยาได้เอง (ร้อยละ 12.59)  การศึกษานี้พบว่าปัจจัยที่สำคัญอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติต่อการเพิ่มการรับรู้และความเข้าใจการใช้ยาคือ การอ่านฉลากได้และอธิบายการใช้ยาได้อย่างถูกต้อง (p <0.01)    สรุปผลการวิจัย= ผู้ป่วยจิตเภทส่วนใหญ่มีปัญหาการรับรู้ด้านโรคและการใช้ยา การอ่านฉลากอาจมีผลช่วยให้ผู้ป่วยรับประทานได้ถูกต้อง โดยสรุปผู้ให้บริการทางการแพทย์ควรมีบทบาทให้ข้อมูลด้านโรคและยาเพื่อผลการรักษาและคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ป่วย


Keywords

   

 โรคจิตเภท, การรับรู้, ความเข้าใจ