นโยบายงานวิจัย /จรรยาบรรณนักวิจัย /ระดับคุณภาพบทความวิจัยตีพิมพ์ /ระดับคุณภาพผลงานวิชาการ /แหล่งทุน /ดาวน์โหลด /ฐานข้อมูลวิจัย /วิเคราะห์-สังเคราะห์งานวิจัย /ลิขสิทธิ์ /ข่าว


พฤติกรรมการออกกำลังกายของนักศึกษาคณะเภสัชศาสตร์ตามแบบจำลองการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ


Author

-

ดุรงค์กร พลทม  บุญฤทธิ์ สัตกุล ทัดตา ศรีบุญเรือง สุวรรณา ภัทรเบญจพล


Journal

- วารสารเภสัชศาสตร์อีสาน

Volume

- 13

Year

- 2560

Publication type

- Research article (National)

Page list

- 647-657

Abstract

   

บทนำ: งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาพฤติกรรมการออกกำลังกายของนักศึกษาคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ด้วยแบบจำลองการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ (Transtheore-tical model)  วิธีดำเนินการวิจัย: การวิจัยแบบภาคตัดขวาง  กลุ่มตัวอย่างคือนักศึกษาคณะเภสัชศาสตร์ 3 สถาบัน ดังนี้ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และมหาวิทยาลัยขอนแก่น ในปีการศึกษา 2559  เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามออนไลน์ที่พัฒนาตามแบบจำลองการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและการวิเคราะห์ถดถอยโลจิสติคทวิ ผลการวิจัย: กลุ่มตัวอย่างรวม 490 คน เข้าร่วมการศึกษาโดยสมัครใจ  ประมาณสามในสี่เป็นหญิง (ร้อยละ 75.31)   เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยอุบลราชธานีมากที่สุด คือ ร้อยละ 70.82  และประมาณครึ่งหนึ่งมีดัชนีมวลกายอยู่ในเกณฑ์ปกติ (ร้อยละ 54.69)   ส่วนใหญ่ไม่ได้ออกกำลังกายเป็นประจำ โดยพบว่าอยู่ในขั้นการเตรียมออกกำลังกายมากที่สุด (ร้อยละ 43.1)  และบางส่วนอยู่ในขั้นความพร้อมที่ต่ำกว่า คือ คิดที่จะออกกำลังกาย และยังไม่เคยคิดที่จะออกกำลังกาย (ร้อยละ 21.4 และ 10.0 ตามลำดับ)  ค่าคะแนนเฉลี่ยองค์ประกอบด้านการรับรู้ความสามารถของตนเอง  และกระบวนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอยู่ในระดับปานกลาง (2.54 + 0.53 และ 2.60 + 0.47 ตามลำดับ, ช่วงคะแนน 1 ถึง 4) ส่วนคะแนนดุลยภาพการตัดสินใจอยู่ในระดับสูง (3.08 + 0.39)  ผลการวิเคราะห์ถดถอยโลจิสติคทวิ โดยแบ่งขั้นความพร้อมการออกกำลังกายเป็นสองกลุ่ม คือ กลุ่มที่ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม  และกลุ่มที่ไม่ได้ออกกำลังกาย พบว่าปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อขั้นความพร้อมการออกกำลังกายอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ คือ เพศ การรับรู้ความสามารถตนเอง และกระบวนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม โดยเพศชายอยู่ในกลุ่มที่ออกกำลังกายอย่างเหมาะสมสูงกว่าเพศหญิง (Odds ratio = 2.26 (95% CI = 1.37 - 3.72)  และค่าคะแนนการรับรู้ความสามารถตนเอง หรือ กระบวนการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ที่สูงขึ้นมีความสัมพันธ์กับกลุ่มการออกกำลังกายอย่างเหมาะสม (Odds ratio = 2.50 (1.46 - 4.28)  และ Odds ratio = 3.92 (2.12 – 7.25) ตามลำดับ)  สรุปผลการวิจัย: กลุ่มตัวอย่างนักศึกษาเภสัชศาสตร์ส่วนใหญ่ยังไม่ได้ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม มหาวิทยาลัยควรส่งเสริมการออกกำลังกาย  โดยจัดกิจกรรมตามหลักกระบวนการเปลี่ยนแปลงที่เหมาะสมกับขั้นความพร้อมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมาย  รวมทั้งเน้นที่กลุ่มนักศึกษาหญิง  และการส่งเสริมการรับรู้ความสามารถตนเอง 


Keywords

   

นักศึกษาคณะเภสัชศาสตร์         พฤติกรรมการออกกำลังกาย

แบบจำลองการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ