นโยบายงานวิจัย /จรรยาบรรณนักวิจัย /ระดับคุณภาพบทความวิจัยตีพิมพ์ /ระดับคุณภาพผลงานวิชาการ /แหล่งทุน /ดาวน์โหลด /ฐานข้อมูลวิจัย /วิเคราะห์-สังเคราะห์งานวิจัย /ลิขสิทธิ์ /ข่าว


ปัจจัยที่มีผลต่อการควบคุมระดับ INR และการเกิดภาวะเลือดออกในผู้ป่วยที่ได้รับยาวาร์ฟารินในโรงพยาบาลวารินชำราบ


Author

-

พิทยาธร โยมศรีเคน, ทิพย์วาณี ธัญญะวัน, รชตะ มังกรแก้ว, รณชัย ชมเมือง, กัลญารัตน์ ตั้งตระกูล, ศตพร สืบสิงห์, สถาพร มณี, สมหวัง จรรยาขันติกุล, ศักดิ์สิทธิ ศรีภา และพีรวัฒน์ จินาทองไทย


Journal

- วารสารเภสัชศาสตร์อีสาน

Volume

- 13

Year

- 2560

Publication type

- Research article (National)

Page list

- 301-310

Abstract

   

บทนำ: ยาวาร์ฟารินเป็นยาที่มีดัชนีในการรักษาแคบต้องติดตามการรักษาโดยควบคุมค่า INR ให้อยู่ในช่วงเป้าหมายเพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพและปลอดภัย มีหลายปัจจัยที่มีผลต่อการออกฤทธิ์ของยาวาร์ฟารินส่งผลให้การควบคุมค่า INR ทำได้ยาก การศึกษาภาคตัดขวางชนิดวิเคราะห์นี้มีขึ้นเพื่อศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการควบคุมค่าการแข็งตัวของเลือดและการเกิดเลือดออกในผู้ป่วยที่ได้รับยาวาร์ฟาริน วิธีดำเนินการวิจัย: กลุ่มตัวอย่างคือผู้ป่วยที่ได้รับยาวาร์ฟาริน ณ โรงพยาบาลวารินชำราบ ระหว่างเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2558 - พฤษภาคม พ.ศ. 2559 โดยเก็บข้อมูลจากเวชระเบียน และวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนาและการวิเคราะห์การถดถอยโลจิสติก ผลการวิจัย: ผู้ป่วยที่เข้าร่วมการศึกษา 60 ราย ส่วนใหญ่มีข้อบ่งใช้ของยาวาร์ฟารินคือ ภาวะหัวใจห้องบนสั่นพลิ้วร่วมกับโรคลิ้นหัวใจผิดปกติ คิดเป็นร้อยละ 46.7 โดยผู้ป่วยร้อยละ 83.3 ต้องการค่า INR เป้าหมายอยู่ที่ 2.0-3.0 ซึ่งร้อยละ 36.7 ของกลุ่มตัวอย่างมีค่า TTR ที่มากกว่าร้อยละ 60 ผลการวิเคราะห์การถดถอยโลจิสติกเชิงพหุถึงปัจจัยที่มีผลต่อค่า TTR พบว่า การใช้ยาอื่นร่วมมากกว่า 3 ชนิด มีผลต่อค่า TTR ที่น้อยกว่าร้อยละ 60 เทียบกับการใช้ยาอื่นร่วมไม่เกิน 3 ชนิด (OR 50.156, p 0.031) และพบว่าสัดส่วนเพศหญิงเทียบกับสัดส่วนเพศชายที่เกิดภาวะเลือดออกมีค่าร้อยละ 38.7 และ 10.3 ตามลำดับ (OR 5. 747, p 0.011) สัดส่วนผู้ป่วยที่มี GFR <60 mL/min/1.73 m2 เทียบกับสัดส่วนผู้ป่วยที่มี GFR >60 mL/min/1.73 m2 ที่เกิดภาวะเลือดออกมีค่าร้อยละ 46.7 และ 18.6 ตามลำดับ (OR 3.828, p 0.033) สรุปผลการวิจัย: การใช้ยาอื่นร่วมมากกว่า 3 ชนิด เป็นปัจจัยที่มีผลต่อการควบคุมระดับ INR ให้อยู่นอกช่วงเป้าหมาย ในขณะที่เพศหญิงและ GFR <60 mL/min/1.73 m2 อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงในการเกิดเลือดออกจากการใช้ยาวาร์ฟาริน ซึ่งผลวิจัยนี้อาจสามารถประยุกต์ใช้พัฒนาการดูแลผู้ป่วย เพื่อเพิ่มความสำเร็จในการรักษาด้วยยาวาร์ฟารินได้


Keywords

   

วาร์ฟาริน ภาวะเลือดออก INR TTR