นโยบายงานวิจัย /จรรยาบรรณนักวิจัย /ระดับคุณภาพบทความวิจัยตีพิมพ์ /ระดับคุณภาพผลงานวิชาการ /แหล่งทุน /ดาวน์โหลด /ฐานข้อมูลวิจัย /วิเคราะห์-สังเคราะห์งานวิจัย /ลิขสิทธิ์ /ข่าว


คุณสมบัติของน้ำมันงาในการป้องกันผิวจากแสงแดดและน้ำระเหยออกจากผิว


Author

-

ชาญาภา คงคะสินธุ์1, เบญจมาศ สีฤทธิ์1, วลัยพร เตียประสิทธิ์2, จินตนา นภาพร3, ชุตินันท์ ประสิทธิ์ภูริปรีชา4, วันดี รังสิวิจิตรประภา5*


Journal

- The 10th Annual Northeast Pharmacy Research Conference 2018

Volume

- 1

Year

- 2018

Publication type

-

Page list

- 1-9

Abstract

   

แสงแดดสามารถกระตุ้นให้เกิดการสร้างเม็ดสีและความแก่ของผิวหนังก่อนวัยได้ การใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดสามารถช่วยป้องกันผิวจากรังสียูวีได้ อย่างไรก็ตามจากหลายการศึกษารายงานว่า ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดที่มีส่วนประกอบเป็นสารเคมีรบกวนการทำงานของฮอร์โมน ก่อให้เกิดปฏิกิริยาภูมิแพ้ที่ผิวหนัง และกระตุ้นให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้ น้ำมันงามีฤทธิ์ทางชีวภาพหลายประการ แต่ยังขาดข้อมูลที่เพียงพอทางวิทยาศาสตร์ในการช่วยปกป้องผิวจากรังสียูวีและการป้องกันการระเหยของน้ำออกจากผิว วัตถุประสงค์ของงานวิจัยนี้ เพื่อเป็นการทดสอบคุณสมบัติของน้ำมันงาในการนำไปใช้เป็นเครื่องสำอางเพื่อปกป้องผิวจากแสงแดดและป้องกันน้ำระเหยออกจากผิว วิธีการดำเนินการวิจัย: ฤทธิ์การต้านอนุมูลอิสระของน้ำมันงาศึกษาโดยใช้วิธี DPPH และ ABTS ทดสอบความสามารถในการลดการระเหยของน้ำในห้องปฏิบัติการของน้ำมันงาวัดจากค่า occlusive factor และความสามารถในการป้องกันแสงแดดศึกษาจากค่า SPF ผลการวิจัย: น้ำมันงามีฤทธิ์การต้านอนุมูลอิสระ (EC50)  เท่ากับ 97.41 ± 10.68 mg/ml และความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระของน้ำมันงาเทียบกับสารมาตรฐานโทรลอกซ์ (TEAC) เท่ากับ 0.0010 mM โทรลอกซ์ต่อกรัมของน้ำมันงา น้ำมันงามีความสามารถในการลดการระเหยน้ำ และมีความสามารถในการป้องกันแสงแดด โดยมีค่าเอสพีเอฟอยู่ในช่วง 5.29 + 0.23 สรุปผลการวิจัย:  จากการศึกษานี้พบว่าน้ำมันงามีความสามารถในการนำไปใช้ในทางเครื่องสำอางได้


Keywords

   

น้ำมันงา, ต้านอนุมูลอิสระ, การสูญเสียน้ำออกจากผิว, ค่าเอสพีเอฟ